Tag Archives: ดวงจันทร์

ซุปเปอร์มูน (Super Moon)

     ซุปเปอร์มูน (Super Moon) เป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์คือ ดวงจันทร์วันเพ็ญที่โคจรใกล้โลกมากที่สุด โดยส่วนใหญ่ระยะห่างของโลกกับดวงจันทร์อยู่ระหว่าง 354,000 และ 410,000 กิโลเมตร เนื่องจากวงโคจรรูปวงรีของดวงจันทร์

ซุปเปอร์มูน เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์นั้นโคจรเข้ามาใกล้โลกมาก จึงทำให้เห็นเป็นดวงจันทร์ที่กลมโตกว่าปกติ ปรากฏการณ์ซุปเปอร์มูนที่ใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2016 เนื่องจากดวงจันทร์เข้าใกล้โลกมากเป็นพิเศษด้วยระยะห่างจากโลกเพียง 356,509 กิโลเมตร ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วดวงจันทร์อยู่ห่างจากโลก 384,402 กิโลเมตร

เนื่องจากดวงจันทร์มีผลต่อการเกิดน้ำขึ้น-น้ำลง บนโลก จึงมีการนำซุปเปอร์มูนมาเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่นแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ แต่การคาดคะเนนั้นมีความหนักแน่นน้อยมาก เนื่องจากดวงจันทร์ไม่มีผลกระทบทำให้เกิดแผ่นดินไหว หรือ คลื่นสึนามิ มีการโต้แย้งว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติหลายครั้งได้เกิดขึ้นในปีที่เกิดปรากฏการณ์ซูเปอร์มูนขึ้น ซึ่งได้รับอิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงที่เพิ่มมากขึ้นของดวงจันทร์ แต่เหตุผลนี้ไม่มีน้ำหนักพอที่จะเชื่อว่า ภัยพิบัติดังกล่าวจะเกิดขึ้นตรงกับการเกิดซุปเปอร์มูน อย่างเช่น

การเกิดแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ มหาสมุทรอินเดีย เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ปี 2004 ซึ่งเกิดขึ้นก่อนซุปเปอร์มูน 2 สัปดาห์ แต่เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2004 นั้นดวงจันทร์โคจรไกลโลกที่สุด จึงเป็นไม่ได้ที่เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเพราะซุปเปอร์มูน หรือเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ ที่โทโฮกุ ญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2011 และเกิดซุปเปอร์มูนหลังจากนั้น 8 วัน แต่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ดวงจันทร์โคจรไกลโลกที่สุดระยะราว 400,000 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะทางที่ไกลกว่าโลกกับดวงจันทร์เสียอีกดังนั้นการเกิดซุปเปอร์มูนนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติทางธรรมชาติแต่อย่างใด

 

ดวงจันทร์ เพื่อนบ้านที่ใกล้โลกที่สุด

 ดวงจันทร์เป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่เราสามารถมองเห็นดวงตาเปล่า แต่ดวงจันทร์ไม่มีแสงในตัวเอง เราสามารถมองเห็นได้เพราะแสงจากดวงอาทิตย์ที่ส่องกระทบดวงจันทร์ ดวงจันทร์นั้นเป็นบริวารของโลกเรา มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3,800 กิโลเมตร มีระยะห่างจากโลกประมาณ 384,000 กิโลเมตร

มีข้อสันนิฐานว่า ดวงจันทร์ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับโลกโดยมีทฤษฎีที่มีน้ำหนักที่สุดคือ อาจมีวัตถุขนาดเท่าดาวอังคารพุ่งชนโลก เมื่อ 4,500 ล้านปีก่อนการชนทำให้เศษซากจำนวนมหาศาลกระเด็นออกจากโลก ต่อมาเศษซากเหล่านั้นเริ่มจับตัวกันเป็นดาวเคราะห์ และโดนแรงโน้มถ่วงของโลกดึงเอาไว้ ก่อเกิดเป็นดวงจันทร์ในที่สุด

ดวงจันทร์ใช้เวลาในการหมุนรอบตัวเองที่ได้จังหวะพอดีกับวิถีการโคจรรอบโลก ซึ่งเมื่อเรามองดวงจันทร์จากพื้นโลกจะมองเห็นดวงจันทร์เพียงด้านเดียวตลอดเวลา ในประวัติศาสตร์ยุคแรกของดวงจันทร์ การหมุนของมันช้าและกลายเป็นถูกล็อกอยู่ในลักษณะนี้ เป็นผลมาจากปรากฏการณ์ความฝืด และมีความสัมพันธ์กับปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงบนโลก ฉะนั้นดวงจันทร์จึงมีส่วนสำคัญต่อการเกิดปรากฏการณ์ น้ำขึ้น-น้ำลง บนโลก

ดวงจันทร์นับว่ามีการสำรวจและศึกษามากที่สุด ในปี 1969 นาซ่าได้ส่งยานอวกาศส่งมนุษย์ขึ้นไปเหยียบบนดวงจันทร์ นั้นคือ นีล อาร์มสตรอง และ บัซซ์อัลล์ดาริน สองนักบินอวกาศแรกที่ได้ไปบนพิ้นผิวดวงจันทร์ และนำตัวอย่างหินและดินกลับมายังโลกเพื่อทำการศึกษา ลักษณะพื้นผิวบนดวงจันทร์นั้นเป็นแอ่งและมีหลุมอุกกาบาตอยู่มาก พื้นผิวบนดวงจันทร์ที่มองด้วยตาเปล่าเห็นเป็นสีคล้ำ คือที่ราบบนดวงจันทร์หรือเรียกว่า “ทะเล” บนดวงจันทร์